เครื่องวัดความดันโลหิต / น้ำตาลในเลือด

เครื่องวัดความดันโลหิต (Blood pressure monitor หรือ Blood pressure measurement device) คือ อุปกรณ์วัดระดับความดันโลหิตที่ถูกส่งออกมาจากหัวใจห้องล่างซ้ายเข้าสู่ระบบหลอดเลือดแดง

เครื่องวัดความดันโลหิตจะแสดงผลออกมาเป็นตัวเลข 3 ค่า ได้แก่

  • ความดันโลหิตช่วงบน (Systolic blood pressure: SBP) ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนเครื่องวัดคือ SYS เป็นความดันของเลือดสูงสุดที่เกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายบีบตัว
  • ความดันโลหิตช่วงล่าง (Diastolic blood pressure: DBP) ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนเครื่องวัดคือ DIA เป็นความดันเลือดที่ต่ำสุดที่เกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายคลายตัวออก
  • อัตราการเต้นของหัวใจ (Pulse หรือ Heart rate) เป็นค่าตัวเลขบอกถึงจำนวนอัตราการเต้นของหัวใจ หรือชีพจรต่อนาที

ประเภทของเครื่องวัดความดันโลหิต

เราสามารถจำแนกเครื่องวัดความดันโลหิตออกได้เป็น 3 ชนิดหลักๆ

  1. เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดปรอท (Mercurial manometer)

    เป็นเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดมาตรฐาน ลักษณะเครื่องวัดมีแท่งแก้วปรอทอยู่ภายในกับลูกยางสำหรับบีบซึ่งมีสายโยงออกมา

    เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดนี้มีขั้นตอนการวัดง่ายๆ ไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก เพราะใช้หลักแรงโน้มถ่วงของโลกในการวัดเป็นหลัก รวมถึงให้ผลการวัดแม่นยำ

    แต่ข้อเสียของเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดปรอทคือ มีขนาดใหญ่เทอะทะ พกพาไม่สะดวก อีกทั้งเวลาใช้ต้องตั้งไว้บนพื้นราบ ไม่เอียง ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผลการวัดผิดพลาดได้

    ผู้ที่สายตาไม่ดี หรือไม่มีแรงบีบลูกยางมากพอ จึงไม่เหมาะจะใช้เครื่องวัดความดันชนิดนี้

  2. เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดขดลวด (Aneroid equipment)

    สามารถเรียกได้อีกชื่อว่า “เครื่องวัดความดันโลหิตหน้าปัดนาฬิกา” มีจุดเด่นคือ พกพาง่าย น้ำหนักเบา ราคาไม่แพง แต่มีข้อเสีย คือ อาจชำรุดได้ง่ายหากทำตก หรือกระแทก และมีกลไกการใช้ซับซ้อนกว่าเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดอื่น

  3. เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดดิจิตอล (Automatic equipment)

    ปัจจุบันเป็นเครื่องวัดความดันโลหิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีหลายยี่ห้อ หลายราคา หลายขนาดให้ได้เลือกซื้อ ทั้งยังพกพาสะดวก ใช้งานง่าย และไม่ต้องใช้ลูกยางในการบีบลมเพื่อหาชีพจร

    นอกจากนี้เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดนี้ยังแสดงผลด้วยตัวเลขขนาดใหญ่ เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่สายตาไม่ดี อีกทั้งบางรุ่นยังสามารถพิมพ์ผลการวัดออกมาเป็นกระดาษให้ได้เก็บบันทึกได้ด้วย

    แต่ข้อเสียของเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอลคือ อาจมีขั้นตอนการใช้ซับซ้อน ต้องเรียนรู้วิธีใช้ให้เป็นเสียก่อน และอาจเสียหายแตกหักง่าย ต้องใช้ไฟฟ้าระหว่างใช้งาน และราคามักสูงกว่าเครื่องวัดความดันโลหิตชนิดอื่นๆ

    อย่างไรก็ตาม เครื่องวัดความดันโลหิตทั้ง 3 ชนิดนี้ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน และคุณภาพของเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ค่าการวัดความดันโลหิตออกมาแม่นยำที่สุด

    ขั้นตอนการวัดความดันโลหิต

    ก่อนวัดความดันโลหิตให้นั่งพักบนเก้าอี้ในท่าสบายๆ หายใจเข้าออกปกติ ไม่ควรอยู่ในที่เสียงดัง หลังพิงพนักเก้าอี้ ไม่ต้องเกร็ง และไม่ควรนั่งไขว่ห้าง

    ไม่ควรพูดคุยกับใคร หรือขยับตัวขณะเตรียมวัดความดัน

    วางแขนซ้าย หรือขวาบนโต๊ะ ไม่ต้องกำมือ แล้วพยาบาลจะนำผ้าพันแขน (Cuff) มาพันที่ต้นแขนเหนือข้อพับประมาณ 2-3 เซนติเมตร

    หลังจากนั้นการจะเริ่มวัดความดันซึ่งอาจเป็นการบีบลูกยาง หรือกดปุ่มที่เครื่องวัดความดันโลหิตให้ผ้าพันแขนออกแรงบีบต้นแขนเพื่อไปกดเส้นเลือดข้างใน ระหว่างที่ผ้าพันแขนเริ่มบีบต้นแขนให้คุณหายใจสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง

    กรณีที่ใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล เมื่อผ้าพันแขนพบระดับความดันโลหิตในเส้นเลือดแล้ว ผ้าพันแขนจะค่อยๆ คลายตัวออก ส่วนกรณีที่ใช้เครื่องวัดความดันโลหิตแบบบีบลูกยาง ผู้วัดความดันโลหิตจะคลายผ้าพันแขนออกให้ จากนั้นเครื่องจะแสดงตัวเลขค่าความดันโลหิตออกมา

    ข้อควรระวังขณะวัดความดันโลหิต

    • ไม่ควรอยู่ในภาวะเครียด วิตกกังวลขณะวัดความดัน เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ คุณอาจหากิจกรรมคลายเครียด หรือผ่อนคลายจิตใจก่อนวัดความดัน
    • ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดแน่น หรือคับเกินไป รวมถึงไม่สูบบุหรี่ ไม่บริโภคแอลกอฮอล์ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนก่อนวัดความดันโลหิต 30 นาที
    • อย่าขยับแขนระหว่างวัดความดัน รวมถึงอย่าเคลื่อนไหวเครื่องวัดความดันโลหิต เพราะค่าตัวเลขที่ออกมาอาจเปลี่ยนแปลงไป
    • อย่าตื่นตระหนกหากตัวเลขความดันออกมาสูง หรือต่ำเกินเกณฑ์ แต่ให้ลองวัดความดันโลหิตซ้ำอีกครั้ง หรือปรึกษาพยาบาลที่เป็นผู้วัดความดันให้
    • หากไม่เคยตรวจสอบสภาพการใช้งาน หรือมาตรฐานเครื่องวัดความดันโลหิตที่ใช้มานานเกิน 2 ปี ให้เปลี่ยนไปใช้เครื่องที่ยังคงมาตรฐานการใช้งานได้ดีอยู่ เพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำ